วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

e-Book

e-Book หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  คืออะไร
e-Book ย่อมาจากคำว่า Electronic Book หมายถึงหนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์ และออนไลน์คุณลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมโยงจุดไปยังส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์และโต้ตอบกับผู้เรียนได้ นอกจากนั้นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถสั่งพิมพ์เอกสารที่ต้องการออกทางเครื่องพิมพ์ได้ อีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับปรุงให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะไม่มีในหนังสือธรรมดาทั่วไป

ตัวอย่าง


e-Book
http://www.learners.in.th/blogs/posts/366364&docid=7oOPZE2VY0JOMM&imgurl

วิธีการประยุกต์ใช้ E-book ในการเรียนรู้
 1. ผู้ใช้สามารถอ่านหนังสือได้ในทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการเรียนรู้
      e-book หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เป็นอีกหนึ่งในความสามารถของเครื่อง Palm ที่จะสามารถทำให้คุณเก็บบันทึกเอกสาร Text File ลงใน Palm ให้อยู่ในรูปแบบ e-book โดยการอ่าน e-book นั้น จะต้องมี Software ที่เข้ามาสนับสนุนการอ่าน File ของ e-book เช่น TealDoc,CspotRun,SmartDoc (Quick word),isilo และอื่นๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ของ e-book นั้น จะช่วยให้คุณนำเอกสารจากเครื่อง PC ของคุณติดตัวไปกับคุณได้ เช่น คู่มือเอกสารสำคัญต่างๆ ข้อมูลการเดินทาง เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน และอื่นๆ อีกมาก
 2. เป็นสื่อรูปแบบใหม่ที่ผู้สอนสามารถใช้ประกอบการสอน
      ผู้สอนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยกำหนดเป็นเอกสาร การสอนในรายวิชาต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนอ่านสะดวก เนื่องจากผู้เรียนสามารถอ่านได้พร้อมๆ กันหลายคน อ่านได้ทุกที่ที่มีการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ต ถ้าผู้เรียนมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอื่นๆ ก็สามารถดาวน์โหลดเก็บไว้ในเครื่องของตนเอง ทำให้ไม่สิ้นเปลืองกระดาษนอกจากนั้นผู้สอนยังสามารถตรวจสอบได้ว่ามีใครเข้ามาอ่านแล้วบ้าง จึงเท่ากับเป็นการ ติดตามประเมินผลผู้เรียนอีกทางหนึ่ง


เมื่อวันที่ 1 มีนาคม  2556

BLOG

บล็อก (BLOG)  คืออะไร

บล็อกมาจากการผสมคำระหว่าง  WEB ( Wolrd Wide Web) +LOG (บันทึก)  = BLOG  คือ เว็บไซต์ที่เจ้าของ หรือ Blogger สามารถบันทึกเรื่องราวของตนเองลงในเว็บได้ตลอดเวลา  การสร้างเว็บบล็อกสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ซับซ้อน ไม่เสียสตางค์ ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาHTML อย่างน้อยขอให้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ ภายในเว็บบล็อก จะมีระบบบริหารจัดการเว็บไซต์พื้นฐานให้แล้ว โดยการสร้างเครื่องมือสำหรับ เขียนเรื่อง โพสรูป จัดหมวดหมู่ และลูกเล่นอื่นๆ ที่ผู้จัดทำพยายามสร้างเพื่อดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก ให้เข้าไปใช้บริการ เสน่ห์ของบล็อกอยู่ที่ผู้อ่านและผู้เขียนสามารถโต้ตอบกันได้ (Interactive) โดยการแสดงความคิดเห็นต่อท้ายที่เรื่องนั้นๆ บางคนมองว่าการเขียนบล็อก ก็คือการเขียนไดอารี่ออนไลน์ แท้ที่จริง ไดอารี่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบล็อกเท่านั้น คุณเปิดบล็อกขึ้นมาไม่ใช่เพื่อเขียนเรื่องราวในชีวิตประจำวันอย่างเดียว แต่สามารถใส่ความรู้ ประสบการณ์ เพื่อเป็นวิทยาทานให้คนอื่นๆ เช่น คุณหมอ เปิดบล็อกแนะนำเรื่องสุขภาพ เป็นต้น
           บล็อก คือ สื่อใหม่ (New Media) เป็นปรากฎการณ์ที่เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารในอดีตอย่างสิ้นเชิง คนเขียนบล็อก สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งสื่อสารมวลชน เขาสามารถสื่อสารกันเองในกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ก็ได้ ถ้าเรื่องไหน เป็นที่ถูกใจ ของชาวบล็อก ชาวเน็ต คนๆ นั้น อาจจะดังได้เพียงชั่วข้ามคืน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยสื่อหลักช่วยเลย

ตัวอย่าง
บล็อกแฟชั่นและความสวยความงาม
วันอร่อย : ท่องเที่ยว ถ่ายภาพ ในอารมณ์หร่อยๆ
บล็อกคุยกันให้เฟื่องเรื่องโฆษณา Adverblog = Advertising + Blog
LCD TV HDTV Reviews and Buying Guide Blog Magazine
Bare Escentuals beauty products at our Store
ร้านค้าออนไลน์ Dpreview Digital Camera Shop จำหน่ายกล้องดิจิตอล
Best Sellers Online Shopping Guide : Variety of Products : Gifts for all occassions.
ภาพสวยๆ ที่หมู่บ้านดอยปุยมาให้ชม
บล็อคข่าวและบทวิเคราะห์สำหรับการลงทุนทองคำ

 
บล็อค
www.oknation.net/blog/print.php%3Fid%3D34261&docid=J9RMRweppxrKIM&imgurl
ประโยชน์
ผลการศึกษาจากเว็บไซต์ GotoKnow.org ซึ่งเปิดให้บริการบล็อกเพื่อเขียนบันทึก และมีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มคนทำงานจากจำนวนสมาชิกที่มากมายทำให้พบว่าบล็อกแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ซึ่งเปิดให้บริการเพื่อเขียนบล็อกเท่านั้น แต่ยังเป็นคลังซึ่งใช้เก็บประโยชน์ต่างๆ มากมายอีกด้วย
คลังประโยชน์ของบล็อก
1.            คลังความรู้ มีความรู้มากมายให้ค้นหา ให้อ่านตามความสนใจ
2.            คลังมิตรภาพ เกิดการปฏิสัมพันธ์กันทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์จนกลายเป็นมิตรภาพดีๆ
3.            คลังแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงความคิดเห็น และต่อยอดความรู้ออกไป
4.            คลังแห่งความสุข เป็นที่ระบายความเครียด ช่วยผ่อนคลาย และเพิ่มความสุขในชีวิต
5.            คลังข้อมูล ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของสมาชิกที่สำคัญ ช่วยให้เจ้าของข้อมูลสามารถดึงดูดข้อมูลออกมาใช้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
6.            คลังเพื่อการฝึกฝน เป็นแหล่งฝึกฝนระบบการคิด ทักษะการเขียน และความสามารถด้านถ่ายทอดข้อมูลความรู้ต่างๆ และยังเป็นแหล่งฝึกทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้อย่างดีอีกด้วย
7.            คลัง KM ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีผู้เชียวชาญด้านการจัดการความรู้ (KM) มากมาย อีกทั้งสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการความรู้ (KM) ได้ง่ายเพียงแค่คลิก
8.            คลังประชาสัมพันธ์และกิจกรรมงานบุญ เป็นแหล่งประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ เพื่อสร้างสรรค์สังคมมากมาย
9.            คลังแห่งองค์กรต่างๆ บางองค์กรเลือกเว็บไซต์ GOtoKnow.org เป็นเครื่องมือเพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
10.    คลังเพื่อนช่วยเพื่อน เมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันทั้งทางออนไลน์ จนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน พบว่าเกิดกระบวนการเพื่อนช่วยเพื่อน ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ เช่น ช่วยสอนวิธีการใช้งานบล็อก
11.    คลังความรู้ฝังลึก อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ที่มี่เป็นคลังความรู้ มีสารประโยชน์ต่างๆ มากมายให้เลือกอ่าน และที่สำคัญความรู้ส่วนใหญ่นั้นเป็นความรู้สึกฝังลึกที่ซ่อนอยู่ ในตัวคนทุกคนนั่นเอง ที่นี่จึงกลายเป๋นคลังความรู้ฝังลึกที่ใหญ่มาก และถ้าหากสามารถสกัดความรู้ฝังลึกเหล่านี้ให้กลายเป็นความรู้ชัดแจ้งได้ ที่มี่กลายเป็นคลังแก่นความรู้ได้ต่อไป
          ทั้ง 11 ข้อ เป็นปะโยชน์ที่เกิดจากการสกัดข้อมูลออกมาจากบันทึกจำนวนมาก และแน่นอนว่าประโยชน์ของบล็อกไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีอีกมากมายหลากหลายข้อ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าสามารถนำบล็อกไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใดนั่นเอง

ที่มา :     http://portal.in.th/blog-km/pages/13338/
                http://www.thaigoodview.com/node/111042
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556
 

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

e-Learning

e-Learning (electronic learning) หรือ การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร

     ความหมายของ E-learning ถูกตีความต่างกันไปตามประสบการณ์ของแต่ละคน แต่มีส่วนที่เหมือนกันคือใช้เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ โดยมีการพัฒนาตลอดเวลา ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สำหรับผู้เขียนให้ความหมายของ e-Learning ว่าเป็น "การใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตเข้ามาส่งเสริมการเรียน การสอน ให้เกิดประสิทธิผล" คำว่า e นั้นย่อมาจาก electronic ส่วนคำว่า learning มีความหมายตรงตัวว่าการเรียนรู้ เมื่อนำมารวมกันหมายถึงการเรียนรู้โดยใช้ electronic หรือ internet เป็นสื่อ คำที่มีความหมายใกล้เคียงเช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI = Computer Assisted Instruction) หรือ การสอนบนเว็บ (WBI = Web-based Instruction)
#1 อีเลินร์นิ่ง คือ การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ โดยมีการพัฒนา และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีตลอดเวลา
#2 อีเลิร์นนิ่ง คือ การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
#3อีเลิร์นนิ่ง คือ การใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตเข้ามาส่งเสริมการเรียน การสอน ให้เกิดประสิทธิผล คำที่มีความหมายใกล้เคียงกับอีเลิร์นนิ่ง เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI = Computer Assisted Instruction) หรือ การสอนโดยใช้เว็บเป็นฐาน (WBI = Web-based Instruction) หรือ การเรียนรู้โดยใช้เว็บเป็นฐาน (Web-based Learning)

ประเภท E-learning  ได้แก่
1. แบบการสอน (Instruction)
2. แบบสอนซ่อมเสริมหรือทบทวน (Tutorial)
3. แบบฝึกหัดและฝึกปฏิบัติ (Drill and Practice)
4. แบบสร้างสถานการณ์จำลอง (Simulation)
5. แบบสร้างเป็นเกม (Game)
6. แบบการแก้ปัญหา (Problem Solving)
7. แบบทดสอบ (Test)
8. แบบสร้างสถานการณ์เพื่อให้ค้นพบ (Discovery)

ตัวอย่าง e-Learning ที่น่าสนใจ
http://www.bkkelearning.com/bkk/category.jsp

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI
http://www.learners.in.th/blogs/posts/437987&docid=e9zlfTlkU_r1PM&imgurl

 
การนำไปใช้  สามารถทำได้ 3 รูปแบบ คือ
1. การนำไปใช้การเรียนการสอนซ่อมเสริมให้กับนักเรียนตามระบบการเรียนการสอนในห้องเรียน
2.การนำไปใช้เพื่อเติมในการค้นคว้าให้กับผู้เรียนได้ติดตามค้นหาความรู้เพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม กับการเรียนในห้องเรียน กล่าวคือ บางส่วนของเนื้อหายังเรียนกับผู้สอนในชั้นเรียน ในขณะที่บางส่วนเรียนกับสื่อการเรียนและผู้สอนออนไลน์
3.การนำไปใช้แทนที่สื่อการเรียนการสอนภายในห้องเรียน เพราะในห้องเรียนนั้นผู้สอนไม่สามารถนำภาพ หรือภาพเคลื่อนไหวในเนื้อหาที่จะตอบสนองต่อการเรียนรู้นามาให้ได้เห็นภาพได้ แต่ถ้ามีการออกแบบให้ดีแล้วนั้นจะใช้แทนสื่อการเรียนการสอนที่เป็นภาพตามหนังสืออย่างเดียว

            เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556


อีเมลล์

e-mail (electronic mail) หรือ จดหมายอิเลคทรอนิกส์ คืออะไร
       e-mail ย่อมาจาก electronic mail (แปลว่า ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์) หมายถึงการสื่อสารหรือการส่งข้อความ โน้ต หรือบันทึกออกจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ผ่านไปเข้าเครื่องปลายทาง (terminal) หรือเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งโดยส่งผ่านทางระบบเครือข่าย (network) ผู้ส่งจะต้องมีเลขที่อยู่ (e-mail address) ของผู้รับ และผู้รับก็สามารถเปิดคอมพิวเตอร์เรียกข่าวสารนั้นออกมาดูเมื่อใดก็ได้ โดยปกติ จะไม่มีการพิมพ์ข้อความหรือข่าวสารนั้นลงแผ่นกระดาษ นับว่าเป็นการประหยัดกระดาษไปได้ส่วนหนึ่ง โดยทั่วไป ถือกันว่าเป็นงานส่วนหนึ่งของสำนักงานอัตโนมัติ (office automation) ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอันมาก
รูปแบบชื่อ Email Address จะเป็น yourname@sanook.com
1. yourname คือ ชื่อที่เราสามารถตั้งเป็นชื่ออะไรก็ได้ (แต่ต้องไม่ซ้ำกับของคนอื่น)
2. เครื่องหมาย @ สำหรับกั้นระหว่าง ชื่อ กับ ชื่อเว็บไซต์ หรือ domain name

3. sanook.com คือ ชื่อเว็บไซต์ หรือ domain name
ชนิดของการรับส่ง E-mail
1. รับส่งโดยใช้โปรแกรม E-mail โดยเฉพาะ เช่น Outlook Express, Eudora
2. รับส่งโดยผ่าน Web site เช่น www.sanook.com, www.yahoo.com

3. รับส่งโดยผ่าน Web Browser เช่น Netscape, IE เป็นต้น

ตัวอย่าง Web site ที่ให้บริการ e-mail ฟรี ได้แก่
1. www.yahoo.com
2. www.hotmail.com
3. www.thaimail.com

4.  www.mweb.co.th  
 




                               หน้าจออีเมลล์





กล่องขาเข้าจดหมายฉบับแรก

การนำไปใช้  
1. ใช้ในการติดต่อสื่อสาร
2. ง่ายต่อการบริหารจัดการขององค์การ
3. สะดวกในการนำข้อมูลมาใช้
4. ประชาสัมพันธ์องค์การให้หน่วยงานอื่นได้ทราบ
5. ประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์การ

                http://www.phoneth.com/?p=99  
                เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556


วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โทรทัศน์ครู : พัฒนาครู

สู่ความสำเร็จของผู้นำ : คัดเลือกครู




สรุป

แกรี ลูอิส เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนคิงส์ แลงลีย์ เขากู้โรงเรียนให้พ้นจากระดับต่ำกว่ามาตรฐานของสำนักงาน มาตรฐานการศึกษา และกุญแจสำคัญของความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของโรงเรียน คือ คณะครู  การสรรหาบุคลกรที่ดีเป็นหนึ่งในงานและบทบาทที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเงินเดือนให้ครูเพื่อให้ครูเหล่านั้นอยู่สอนต่อ การลงโฆษณาหนังสือพิมพ์ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมากในการลงประกาศต่อหนึ่งครั้ง แกรี ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครูที่มีประสิทธิภาพมาสอนในโรงเรียนของเขา

ความคิดเห็น

วีดีโอนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ให้ข้อคิดในการแก้ปัญหา นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ในเรื่องการคัดเลือกครูที่มีประสิทธิภาพจะต้องคัดเลือกอย่างไร และนำไปเป็นแบบอย่างที่ดีได้



ที่มา :   http://www.thaiteachers.tv/vdo2.php?id=1181  เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556
 

โทรทัศน์ครู : มัธยม


ภาวะโลกร้อน





สรุป
            ดร.แม็กกี อะดีริน  หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์เหล่านั้น เธอเป็นนักดาราศาสตร์เพื่อสำรวจอวกาศ  การสร้างอุปกรณ์ดูดาวทำให้เธอมีทักษะที่จำเป็น ในความร่วมมือระดับโลก เพื่อเข้าใจสภาวะโลกร้อน เริ่มจาก การเก็บรวบรวมข้อมูล ด้วยกล้องโทรทัศน์ที่ใหญ่ขึ้นทำให้สามารถมองเข้าไปในจักรวาลได้มากขึ้น  ขั้นที่สองคือ พิจารณาสภาพอากาศ   ดาวเทียมแต่ละดวงจะเป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่า อะวาติน  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดาวเทียมชื่อ เอโอลัส  มันจะมองลงมายังชั้นบรรยากาศโลกและวัดระดับความเร็วลมซึ่งจะทำให้เราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและพยากรณ์อากาศได้แม่นขึ้น

ความคิดเห็น
            ชอบวีดีโอนี้เพราะถ่ายทอดเนื้อหาได้ชัดเจนตรงจุด ทำให้เห็นความสำคัญของโลกร้อนว่ามีผลกระทบต่อมนุษย์มากมาย


ที่มา :   http://www.thaiteachers.tv/vdo2.php?id=688  เมื่อวันที่ 19  กุมภาพันธ์ 2556